ซีแอลพีประกาศบุกธุรกิจพลังงานทดแทนในไทยผุดโรงไฟฟ้าแสง อาทิตย์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จ.ลพบุรี ขนาด 73 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุน 9 พันล้านบาท..
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. นายวรมน ขำขนิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแอลพี เพาวเวอร์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีแอลพี กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายชัดเจนในการลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนในประเทศไทย เพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทแม่ ที่ต้องการสร้างโรงไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยโครงการแรกที่จะมีการลงทุนคือการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่ ที่สุดในโลก ขนาด 73 เมกะวัตต์ ที่ จ.ลพบุรี ใช้เงินลงทุน 9 พันล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2554
โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ดังกล่าวจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก รองลงมาจากประเทศสเปน ที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 60 เมกะวัตต์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาตกลงราคาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการจัดซื้อเทคโนโลยีอุปกรณ์ ซึ่งนายวรมน ยอมรับว่ามีต้นทุนการก่อสร้างค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าชนิดอื่น
โดยโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์จะบริหารภายใต้บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ คือ บริษัท พัฒนาพลังงานธรรมชาติ มีพันธมิตรร่วมทุนอีก 2 รายคือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า หรือเอ็คโก้ และบริษัท มิตซูบิชิ จำกัดจากญี่ปุ่นนอกจากนี้ ยังมีแผนลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 1-2 แห่ง อยู่ในขั้นตอนการสำรวจพื้นที่ศึกษาความเป็นไปได้ สนใจพื้นที่ตั้งในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะต้องมีการทดสอบเส้นทางของลมให้ชัดเจนก่อน
วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
รถไฟชนดับ อดีตนายสถานี
ขับปิกอัพตัดหน้า อัดเละ-ลาก300ม.
อดีตนายสถานีรถไฟลพบุรีดวงถึงฆาต ขับรถปิกอัพผ่านถนนตัดทางรถไฟ ถูกขบวน รถเร็วสายศิลาอาสน์-กรุงเทพฯ พุ่งชนขาดสองท่อนกระเด็นไปไกลถึง 300 เมตร เสียชีวิตอนาถ รถไฟไม่สามารถวิ่ง ต่อได้ เศษท่อนกระบะติดคาล้อ ต้องนำเครื่องจักรมาเคลียร์ เส้นทาง พร้อมทั้งเปลี่ยนขบวนรถไฟมาขนย้ายผู้โดยสารมุ่งหน้าสู่ปลายทาง ขณะที่รถไฟสายเหนือต้องหยุดเดินรถเกือบ 4 ชม.
อดีตนายสถานีรถไฟขับรถปิกอัพตัดหน้าขบวนรถไฟถูกชนกระเด็นเละเป็นเศษเหล็กเสียชีวิตอนาถรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. พ.ต.ต.สมศักดิ์ แม็กขุนทด สารวัตรเวร สภ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถปิกอัพมีผู้เสียชีวิตที่ถนนตัดทางรถไฟ หมู่ 7 ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตา ผกก.สภ.บ้านหมี่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาริโยบ้านหมี่ พบจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานีรถไฟหนองเต่าประมาณ 100 เมตร ไม่มีเครื่องกั้นและสัญญาณเตือนภัย
พบรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ ตอนเดียว สีเขียว หมายเลขทะเบียน บง 9985 ลพบุรี ถูกชนขาดสองท่อน ส่วนหัวรถกระเด็นห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เศษตัวถังและกระจกแตกกระจายเกลื่อน ใกล้กันพบศพนายพิภพ บุษปฤกษ์ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 7 ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี อดีตนายสถานีรถไฟลพบุรี นอนคว่ำหน้าข้างทางรถไฟ ผู้ตายนุ่งกางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืดคอกลม สภาพศพแหลกเหลวไปทั้งตัว
ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร พบขบวนรถไฟที่ 106 สายศิลาอาสน์-กรุงเทพฯ รวม 5 โบกี้ ที่หัวรถจักรมีส่วนท่อนกระบะรถปิกอัพติดคาล้อรถไฟจนไม่สามารถเคลื่อนต่อไปได้ เจ้าหน้าที่การรถไฟต้องนำเครื่องจักรมาเคลียร์เส้นทาง พร้อมทั้งนำรถไฟจากสถานีรถไฟลพบุรี ที่อยู่ห่างประมาณ 30 กม. มาขนถ่ายผู้โดยสารราว 200 ชีวิต เดินทางต่อไปยังสถานีปลายทางที่กรุงเทพฯ ขณะที่ขบวนรถไฟสายเหนือต้องหยุดเดินรถชั่วคราวที่สถานีรถไฟลพบุรี กระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเคลียร์เส้นทางเกือบ 4 ชม. จึงสามารถเปิดใช้เส้นทางปกติ
อดีตนายสถานีรถไฟลพบุรีดวงถึงฆาต ขับรถปิกอัพผ่านถนนตัดทางรถไฟ ถูกขบวน รถเร็วสายศิลาอาสน์-กรุงเทพฯ พุ่งชนขาดสองท่อนกระเด็นไปไกลถึง 300 เมตร เสียชีวิตอนาถ รถไฟไม่สามารถวิ่ง ต่อได้ เศษท่อนกระบะติดคาล้อ ต้องนำเครื่องจักรมาเคลียร์ เส้นทาง พร้อมทั้งเปลี่ยนขบวนรถไฟมาขนย้ายผู้โดยสารมุ่งหน้าสู่ปลายทาง ขณะที่รถไฟสายเหนือต้องหยุดเดินรถเกือบ 4 ชม.
อดีตนายสถานีรถไฟขับรถปิกอัพตัดหน้าขบวนรถไฟถูกชนกระเด็นเละเป็นเศษเหล็กเสียชีวิตอนาถรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. พ.ต.ต.สมศักดิ์ แม็กขุนทด สารวัตรเวร สภ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถปิกอัพมีผู้เสียชีวิตที่ถนนตัดทางรถไฟ หมู่ 7 ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตา ผกก.สภ.บ้านหมี่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาริโยบ้านหมี่ พบจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานีรถไฟหนองเต่าประมาณ 100 เมตร ไม่มีเครื่องกั้นและสัญญาณเตือนภัย
พบรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ ตอนเดียว สีเขียว หมายเลขทะเบียน บง 9985 ลพบุรี ถูกชนขาดสองท่อน ส่วนหัวรถกระเด็นห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เศษตัวถังและกระจกแตกกระจายเกลื่อน ใกล้กันพบศพนายพิภพ บุษปฤกษ์ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 7 ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี อดีตนายสถานีรถไฟลพบุรี นอนคว่ำหน้าข้างทางรถไฟ ผู้ตายนุ่งกางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืดคอกลม สภาพศพแหลกเหลวไปทั้งตัว
ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร พบขบวนรถไฟที่ 106 สายศิลาอาสน์-กรุงเทพฯ รวม 5 โบกี้ ที่หัวรถจักรมีส่วนท่อนกระบะรถปิกอัพติดคาล้อรถไฟจนไม่สามารถเคลื่อนต่อไปได้ เจ้าหน้าที่การรถไฟต้องนำเครื่องจักรมาเคลียร์เส้นทาง พร้อมทั้งนำรถไฟจากสถานีรถไฟลพบุรี ที่อยู่ห่างประมาณ 30 กม. มาขนถ่ายผู้โดยสารราว 200 ชีวิต เดินทางต่อไปยังสถานีปลายทางที่กรุงเทพฯ ขณะที่ขบวนรถไฟสายเหนือต้องหยุดเดินรถชั่วคราวที่สถานีรถไฟลพบุรี กระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเคลียร์เส้นทางเกือบ 4 ชม. จึงสามารถเปิดใช้เส้นทางปกติ
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เที่ยวลพบุรี
จังหวัดลพบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติ อาทิ ศาลพระกาฬ พระปรางค์สามยอด เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทุ่งทานตะวัน นอกจากนี้ จ.ลพบุรียังมีชื่อเสียงในการผลิตดินสอพองอีกด้วย
ข้อมูลทั่วไป อธิบายความเป็นมาพร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลยุทธศาสตร์จังหวัด แจงวิสัยทัศน์และแผนพัฒนาจังหวัด ข้อมูลอำเภอ แสดงรายละเอียดพื้นที่ภายในปกครอง ข้อมูลเตือนภัย เกาะติดและแจ้งภัยสถานการณ์ ข้อมูลการประชุม รายงานผลประชุมและการดำเนินงาน.
ข้อมูลทั่วไป อธิบายความเป็นมาพร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลยุทธศาสตร์จังหวัด แจงวิสัยทัศน์และแผนพัฒนาจังหวัด ข้อมูลอำเภอ แสดงรายละเอียดพื้นที่ภายในปกครอง ข้อมูลเตือนภัย เกาะติดและแจ้งภัยสถานการณ์ ข้อมูลการประชุม รายงานผลประชุมและการดำเนินงาน.
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
รถผ้าป่าชนสนั่น ม้าเหล็ก ดับอนาถ 7 ศพ
รถตู้ผ้าป่า เหมาไปทำบุญที่วัดลพบุรี ขากลับวิ่งผ่านทางรถไฟไม่มีเครื่องกั้นชนสนั่นรถไฟบรรทุกน้ำมัน ตกคลองชลประทาน ดับอนาถ 7 ศพ ทั้งพระ-เด็ก-ผู้ใหญ่ บาดเจ็บอีก 4 ราย คนขับตายคาที่
เมื่อเวลา 17.54 น. วันที่ 12 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถชน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนตัดทางรถไฟบ้านคอกกระบือ ต.โคกกระเทียม อ.เมืองลพบุรี ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ป้ายเหลือง หมายเลขทะเบียน14-3959 กรุงเทพมหานคร ตกลงไปในคลองชลประทาน ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถไฟบรรทุกน้ำมัน ขบวนที่ 632 จำนวน 50 โบกี้ บรรทุกน้ำมันดิบ จาก จ.พิษณุโลก เข้ากรุงเทพมาหนคร (กทม.) ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลลพบุรี ส่วนผู้เสียชีวิต ถูกนำขึ้นมาจากลำคลองและติดคารถตู้อีก 7 ศพ ประกอบด้วย พระภิกษุ 1 รูป เด็ก 2 คน และผู้ใหญ่ 4 คน
สำหรับผู้ขับรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุ ทราบชื่อ คือ นายไพบูลย์ ประสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 38/10 หมู่ 3 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทั้งหมดเหมารถมาจาก จ.ปทุมธานี เพื่อทอดผ้าป่าสามัคคีที่วัดหนองปลิง ต.โคกกระเทียม ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังเสร็จพิธีเดินทางกลับผ่านเส้นทางตัดทางรถไฟ ไม่มีเครื่องกั้น เป็นช่วงเดียวกับที่รถไฟวิ่งผ่านมา ชนกันอย่างแรงทำให้มีเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
สำหรับผู้ขับรถยนต์ตู้คันเกิดเหตุ ทราบชื่อ คือ นายไพบูลย์ ประสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 38/10 หมู่ 3 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทั้งหมดเหมารถมาจาก จ.ปทุมธานี เพื่อทอดผ้าป่าสามัคคีที่วัดหนองปลิง ต.โคกกระเทียม ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังเสร็จพิธีเดินทางกลับผ่านเส้นทางตัดทางรถไฟ ไม่มีเครื่องกั้น เป็นช่วงเดียวกับที่รถไฟวิ่งผ่านมา ชนกันอย่างแรงทำให้มีเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ลงดาบทีมบอลลพบุรี หลังทำร้ายกองเชียร์อยุธยา
ผู้เล่นที่ก่อเหตุทั้งโดนแบนและปรับเงินอ่วม ทั้งปรับคะแนนรวม 18 คะแนน ขณะโทษที่ทั้ง 2 ทีมปาขวดน้ำใส่กันปรับทีมละ 25,000 บาท และห้ามใช้สนามเหย้า 4 นัด ห้ามกองเชียร์เข้า 4 นัด...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อบ่ายวันนี้ (7 พ.ค.) ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ประธานคณะกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วงสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ และ นายวิมล กาญจนะ ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 รวมถึงคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เข้าร่วมประชุมพิจารณาบทลงโทษเกี่ยวกับเหตุการณ์จลาจลในฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระหว่าง ลพบุรี เอฟซี กับ อยุธยา เอฟซี ที่สนามกีฬาจังหวัดลพบุรี ซึ่งหลังจบเกมที่เจ้าบ้านพ่าย 1-3 เกิดเหตุจราจลของแฟนบอล จนกองเชียร์อยุธยาบางคนโดนทำร้าย ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส จนภายหลังต้องมีการประชุมลับกว่า 4 ชั่วโมง
พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวถึงบทลงโทษว่า คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้ยึดตามพื้นฐานข้อมูลของฝ่ายจัดและยึดตามระเบียบ ของดิวิชั่น 2 โดยมีบทพิจารณาลงโทษดังนี้ 1. กองเชียร์ลพบุรีขว้างปาขวดน้ำใส่ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ให้ปรับเงิน 5,000 บาท 2.ผู้เล่นหมายเลข 15 ของลพบุรี คือ ตาโอเล่ อันชัวมาเน ใช้กำลังลากเหวี่ยงนักเตะอยุธยาที่นอนได้รับบาดเจ็บออกจากสนาม ถือเป็นความผิดอย่างชัดเจน หากอยู่ในสนามก็ต้องโดนใบแดง แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ใบแดง ที่ประชุมจึงมีมติห้าม ตาโอเล่ อันชัวมาเน ลงเล่น 2 นัด พร้อมปรับคะแนนสะสมโทษ 6 คะแนน
ประธานคณะกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วงสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวต่อว่า 3. ผู้เล่นหมายเลข 10 ของลพบุรี คือ ภัทรศักดิ์ นิยมรัตน์ เข้าไปทำร้ายนักเตะอยุธยาหลังจบเกม ถือว่ามีเจตนาทำร้าย โดนลงโทษห้ามลงเล่น 2 นัด พร้อมปรับ 12 คะแนน ต่อเนื่องถึงกรณีที่ 4.เจ้าหน้าที่ทีมลพบุรีที่ยังไม่ทราบชื่อไปขว้างขวดน้ำใส่นักเตะอยุธยาที่ นอนเจ็บหลังจากถูกทำร้าย โดนปรับเงิน 1.2 หมื่นบาท พร้อมห้ามยุ่งเกี่ยวกับการทำทีมตลอดทั้งฤดูกาล 5.การทะเลาะวิวาทของกองเชียร์ทั้งสองทีมที่มีการขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่กัน ถือว่าอยุธยามีความผิดด้วยจึงปรับทั้ง 2 ทีม ทีมละ 2.5 หมื่นบาท
6.ลพบุรีในฐานะเจ้าบ้านมีความบกพร่องหลายอย่างในการจัดแข่งขัน ทั้งจำหน่ายบัตรห่างจากสนามมากเกินไป และไม่มีการจัดระบบที่นั่งให้ชัดเจน เรียบร้อย รวมถึงปล่อยให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และนำขวดสุรา ขวดเบียร์เข้ามาในสนามถือเป็นความบกพร่องที่เป็นเหตุให้เกิดความวุ่ยวายจึง ถูกลงโทษห้ามใช้สนามของตัวเอง 4 นัดและห้ามกองเชียร์เข้าดูทั้ง 4 นัด ซึ่งฝ่ายจัดจะเป็นคนหาสนามเป็นกลางให้ แต่ลพบุรีต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย หากมีรายได้จากทีมเยือนจะยกให้ลพบุรี กับบทลงโทษทั้งหมดทาง
ด้าน “บิ๊กย้อย” ชี้แจงว่า ผู้ที่โดนลงโทษสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ส่วนการบาดเจ็บจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องทางอาญาที่ จะต้องดำเนินการทางคดีความกันต่อไป
พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวถึงบทลงโทษว่า คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้ยึดตามพื้นฐานข้อมูลของฝ่ายจัดและยึดตามระเบียบ ของดิวิชั่น 2 โดยมีบทพิจารณาลงโทษดังนี้ 1. กองเชียร์ลพบุรีขว้างปาขวดน้ำใส่ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ให้ปรับเงิน 5,000 บาท 2.ผู้เล่นหมายเลข 15 ของลพบุรี คือ ตาโอเล่ อันชัวมาเน ใช้กำลังลากเหวี่ยงนักเตะอยุธยาที่นอนได้รับบาดเจ็บออกจากสนาม ถือเป็นความผิดอย่างชัดเจน หากอยู่ในสนามก็ต้องโดนใบแดง แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ใบแดง ที่ประชุมจึงมีมติห้าม ตาโอเล่ อันชัวมาเน ลงเล่น 2 นัด พร้อมปรับคะแนนสะสมโทษ 6 คะแนน
ประธานคณะกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วงสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวต่อว่า 3. ผู้เล่นหมายเลข 10 ของลพบุรี คือ ภัทรศักดิ์ นิยมรัตน์ เข้าไปทำร้ายนักเตะอยุธยาหลังจบเกม ถือว่ามีเจตนาทำร้าย โดนลงโทษห้ามลงเล่น 2 นัด พร้อมปรับ 12 คะแนน ต่อเนื่องถึงกรณีที่ 4.เจ้าหน้าที่ทีมลพบุรีที่ยังไม่ทราบชื่อไปขว้างขวดน้ำใส่นักเตะอยุธยาที่ นอนเจ็บหลังจากถูกทำร้าย โดนปรับเงิน 1.2 หมื่นบาท พร้อมห้ามยุ่งเกี่ยวกับการทำทีมตลอดทั้งฤดูกาล 5.การทะเลาะวิวาทของกองเชียร์ทั้งสองทีมที่มีการขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่กัน ถือว่าอยุธยามีความผิดด้วยจึงปรับทั้ง 2 ทีม ทีมละ 2.5 หมื่นบาท
6.ลพบุรีในฐานะเจ้าบ้านมีความบกพร่องหลายอย่างในการจัดแข่งขัน ทั้งจำหน่ายบัตรห่างจากสนามมากเกินไป และไม่มีการจัดระบบที่นั่งให้ชัดเจน เรียบร้อย รวมถึงปล่อยให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และนำขวดสุรา ขวดเบียร์เข้ามาในสนามถือเป็นความบกพร่องที่เป็นเหตุให้เกิดความวุ่ยวายจึง ถูกลงโทษห้ามใช้สนามของตัวเอง 4 นัดและห้ามกองเชียร์เข้าดูทั้ง 4 นัด ซึ่งฝ่ายจัดจะเป็นคนหาสนามเป็นกลางให้ แต่ลพบุรีต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย หากมีรายได้จากทีมเยือนจะยกให้ลพบุรี กับบทลงโทษทั้งหมดทาง
ด้าน “บิ๊กย้อย” ชี้แจงว่า ผู้ที่โดนลงโทษสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ส่วนการบาดเจ็บจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องทางอาญาที่ จะต้องดำเนินการทางคดีความกันต่อไป
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)